Archive ตุลาคม 2019

พาร์กินสัน เกิดจากสาเหตุอะไร

โรคพาร์กินสันเกิดจากการผลิตสารโดปามีนที่น้อยลง เนื่องจากความผิดปกติของกลุ่มเซลล์ประสาท ซึ่งสารโดปามีนมีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี อาการเริ่มแรกเมื่อป่วย คือ จะมีอาการปลายนิ้วสั่น พูดเสียงเบาลง เดินไม่แกว่งแขน หรือทำอะไรช้าลง อาการไม่มากนัก

สาเหตุของโรคพาร์กินสัน
เพราะอายุที่มากขึ้นทำให้กลุ่มเซลล์ประสาทในสมองเสื่อมลง จนสร้างสารโดปามีนได้น้อยลงหรือไม่สามารถสร้างได้เลย ซึ่งสารโดปามีนเป็นสารสื่อประสาทสั่งการของสมองในการควบคุมการเคลื่อนไหว พบว่ามีปัจจัยบางอย่างเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของสมอง เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีบางชนิด

สัญญาณอันตราย “โรคพาร์กินสัน”
ระยะแรกอาการที่แสดงให้เห็นของผู้ป่วยจะไม่ค่อยแสดงอาการนักอาจจะมีอาการเหล่านี้ เช่น ปลายนิ้วสั่น พูดเสียงเบาลง เดินไม่แกว่งแขน หรือทำอะไรช้าลง แต่ภายหลังอาการจะเด่นชัดเจนขึ้น คือ มีอาการสั่นบริเวณมือ แขน หรือขา คิดช้า พูดช้า เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อเกร็งที่แขน ขาหรือคอ เสียการทรงตัว เดินซอยเท้า ควบคุมการเดินไม่ได้ เป็นต้น

วิธีรักษาโรคพาร์กินสัน
สำหรับการรักษาโรคพาร์กินสันปัจจุบันมี 2 วิธีหลัก คือ
1. การรักษาด้วยยา โดยใช้ยาที่เพิ่มสารตั้งต้นโดปามีนหรือทดแทนโดปามีน ซึ่งยามีฤทธิ์ช่วยลดอาการของโรคพาร์กินสันได้ดี

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันนอกจากจะมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติแล้ว ยังสามารถส่งผลให้เกิดกลุ่มอาการเหล่านี้ได้อีก เช่น ซึมเศร้า ประสาทหลอน กลืนอาหารลำบาก สำลักง่าย ท้องผูก หน้ามืดเวลาลุกยืน วันนี้จึงมัคำแนะนำและวิธีปฏิบัติที่สามารถช่วยได้มาฝากกัน ดังนี้
1. รับประทานอาหารจำพวกที่มีกากใยเพื่อช่วยลดอาการท้องผูก
2. ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ลดเกร็งและปรับการทรงตัวให้ดีขึ้น เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ รำไทเก็ก หรือเต้นแอโรบิก
3. ฝึกเดิน ฝึกพูด
4. ปรับบริเวณทางเดินหรือในห้องน้ำควรมีราวเกาะ และไม่วางของเกะกะทางเดิน
5. ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ถอดใส่ง่าย เช่น กางเกง เอวยางยืด เป็นต้น